Bridgerton ซีรีส์ดราม่ารักน้ำเน่าของเหล่าผู้ดีอังกฤษย้อนยุค

Bridgerton

Bridgerton ซีรีส์แนวโรแมนติก-ดราม่า ย้อนยุค ที่ดัดแปลงจากนิยายชุดขายดีในชื่อเดียวกันของ “จูเลีย ควินน์” นักเขียนชาวอเมริกัน ผลงานการสร้างของ “คริส แวน ดูเซน” ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ชาวอเมริกัน

ซึ่งตัวซีรีส์จะเซ็ตติ้งฉากหลังเป็นกรุงลอนดอนที่มีกลิ่นอายคล้ายกับต้นศตวรรษที่ 18 แต่จะดำเนินเรื่องในโลกสมมติที่คนผิวสีมีความเท่าเทียมกันกับคนผิวขาว สามารถเป็นชนชั้นสูงในสังคมได้เหมือนกัน จนกลายเป็นจุดเริ่มต้อนของเรื่องราวความรักวัยรุ่นย้อนยุคสไตล์วิคตอเรียน

Bridgerton โปรดักชั่น ฉาก เสื้อผ้า อลังการ พร้อมฉาก 18+

Bridgerton

            Bridgertonบอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาวจากสองตระกูลชั้นสูง คือ “บริดเจอร์ตัน” กับ “ฟีเธอร์ริงตัน” ซึ่งเป็นตระกูลบ้านใกล้เรือนเคียงกัน โดยฝั่ง บริดเจอร์ตัน มีลูกสาวคนโตอย่าง “ดาฟนี่ บริดเจอตัน” (ฟีบี้ ไดเนเวอร์) ที่ทั้งสวยและเพรียบพร้อบไปด้วยคุณสมบัติผู้ดี

ทำให้ทุกคนในตระกูลต่างฝากความหวังว่าเธอจะสามารถหาคู่ครองที่มีชาติตระกูลเพื่อกรุยทางให้น้องสาวที่เหลือได้ แต่ทว่าความหวังของเธอก็พังทลายเมื่อ “มาริน่า ธอมสัน” (รูบี บาร์คเกอร์) สาวผิวสีที่เป็นญาติของตระกูล ฟีเธอร์ริงตัน เข้าไปดึงความสนใจจากหนุ่ม ๆ ชนชั้นสูงไปจนหมด 

ดาฟนี่ จึงพยายามกู้ภาพลักษณ์ของตัวเองด้วยการแอบตกลงกับ “ไซม่อน” (เรกเก้-ฌอง เพจ) หนุ่มชนชั้นสูงให้แกล้งเป็นคู่เดทปลอม ๆ กับเธอ แต่ทว่าเกมรักหลอก ๆ ครั้งนี้กลับไม่เป็นไปอย่างที่ทั้งคู่คาดคิด เมื่อทั้งสองเริ่มมีใจให้กันจริง ๆ ซะงั้น

Bridgerton

            สำหรับBridgertonถือเป็นซีรีส์แนวโรแมนติก-ดราม่า พล็อตเรื่องเฉยอย่างกับละครไทยก็ว่าได้ แต่ในความเฉยนี้มันมีทั้งความฟิน ความฮา ความอลังการ แบบไม่น่าเชื่อ  ข้อดีอย่างหนึ่งของการเซ็ตติ้งเรื่องในโลกสมมตินั่นก็คือ ตัวซีรีส์สามารถใช้ประโยชน์จากตัวละครได้แบบไม่ต้องแคร์ความจริง เช่น เอาตัวละครผิวสีมาเล่นเป็นชนชั้นสูง เอาตัวละครผิวขาวไปเป็นคนรับใช้ หรือแม้แต่จะให้ตัวละครต่างสีผิวรักกันก็สามารถทำได้ ไม่ต้องแคร์ความจริงอะไรทั้งนั้น เพราะมันเป็นโลกสมมติที่ไม่แบ่งแยกสีผิว

Bridgerton

แม้ว่าฉากหลังจะเป็นอังกฤษยุควิคตอเรียนก็ตาม  ยิ่งจับเอาพล็อตเรื่องเฉย ๆ อย่าง วัยรุ่นแกล้งเป็นแฟนกันแต่ตกหลุมรักกันจริง ๆ ใส่เข้าไปด้วยแล้ว มันทำให้Bridgertonกลายเป็นซีรีส์ดราม่ารักน้ำเน่าที่ฟินมาก ๆ เหมือนกับผู้สร้างรู้อยู่แล้วว่าพล็อตเรื่องมันเฉย ก็เลยจัดเต็มฉากฟิน ฉากอินเลิฟ หรือแม้แต่ฉาก 18+ ให้คนดูจิกหมอนเล็บฉีกกันไปเลย ซึ่งถือว่าทำออกมาได้สุดทางมาก ๆ สำหรับใครอยากพิสูจน์ความฟินก็สามารถรับชมได้แล้ววันนี้ใน Netflix

เว็บรีวิวหนังเนื้อเรื่องย่อของภาพยนต์แบบไม่สปอยล์ที่เรานำมาเสนอ